2 : สรรหามาอัพ : ซูชิ !
posted on 28 Aug 2009 21:01 by alzhymer in Life
ว่างครับ (เหรอ ??) ฮ่า ฮ่า
เปล่าหรอก ก็มีงานแหละ แต่เบื่อ ๆ
ก็เลยหาเรื่องมาอัพบล็อกเล่น
แต่ไม่รู้จะอัพอะไรดี
แล้วก็หิว - -'
พอหิวปุ๊ปก้อเลยคิดถึงอาหารญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง
ที่ชอบกินเป็นประจำ และตอนนี้ก็แพร่หลาย
ไปยังตลาดนัดในประเทศไทยแล้ว
เมื่อก่อนหากินย๊าก ยาก ราคาก็ค่อดแพงบรรลัย
แต่เดี๋ยวนี้ห้าบาทก็ซื้อกินได้
แม้รสชาติมันจะไม่ใช่ต้นตำหรับก็ตาม
แต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่า กินซูชิ น่ะเว้ย !!
ก็เลยหาประวัติเจ้าอาหารญี่ปุ่นบรรลือโลกนี้มาให้อ่านกัน.
แล้วท่านจะพบว่า .. พี่ยุ่นทั่นลอกเราปายย ~
ฮ่า ฮ่า

ซะ ซะ ซูชิ !! หน้าตาเป็นแบบนี้น่ะเจ้าค่ะ
________________________________::
ซูชิ เป็นอาหารญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยน้ำส้มสายชู ข้าว
และมีเนื้อหรือเครื่องเคียงแปะไว้ข้างบน
เช่น ปลา สาหร่าย กุ้ง อะไรก็ว่าไป
ถ้าเนื้อปลาดิบสไลด์เป็นชิ้นเราจะเรียกว่า ซาซิมิ
ซึ่งแตกต่างกับซูชิโดยสิ้นเชิง จำเอาไว้ ซูชิมีข้าว !!
แต่ถ้าเอาซาซิมิประกบกับข้าวหมักน้ำส้มจะกลายเป็นซูชินั้นเอง
วัฒนธรรมการกินซูชิเกิดจากการหมักปลา ข้าว
หรือการถนอมอาหารซึ่งได้มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นั้นก็คือแถบ ๆ ลาว ไทย พม่า เขมร เวียดนาม อินโด อะไรแถบนี้
.. แหม๋ ลอกปลาร้าเราไปนะยุ่นทั้งหลาย
แล้วเค้าก็เอาไปปรับปรุงจนได้เป็น --> ซูชินั้นเอง
ซูชิมีความหมายความ "มันเปรี้ยว !!"
ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์นั้นน้ำส้มที่หมักในข้าว
จะช่วนลดกรดอะมิโนในเนื้อปลา
ทำให้ได้หนึ่งในห้ารสชาติเบสิคซึ่งเรียกว่า Umami - อูมามิ
(รสอะไรก็ไม่รู้ .. เดาว่าคงรสเปรี้ยวนั้นล่ะ)
________________________________::
ซูชิได้อุแว้ออกมาในยุคมุโรมาชิ (ปี 1336 - 1573) ที่โอซาก้า
ตอนนั้นเรียกว่า โอชิซูชิ ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารทะเลและข้าว
โดยใช้ไม้ซึ่งส่วนมากเป็นไม้ไผ่ในการอัดให้เป็นรูปร่าง
ต่อมากลางศตวรรษที่ 18 ซูชิก็แพร่หลายในยุคเอโดะ
โดยตอนนั้นนานาชาติก็รู้จักมันในชื่อของซูชิแล้ว
ซึ่งเจ้าซูชิเนี่ย ถูกสร้างสรรค์ ประดิษฐ์โดย ฮานาย่า โยเฮ
ซึ่งมีชีวิตอยู่ในปลายยุคเอโดะ
ซูชิที่โยเฮคิดค้นขึ้นมามันมีลักษณะใกล้เคียงกับฟาสต์ฟู้ดทั้งหลาย
โดยไม่หมักพวกส่วนประกอบแล้วเพราะว่ามันช้า เค้าต้องการให้รวดเร็วเพราะมันเป็นฟาสต์ฟู้ด !!
(หัวคิดล้ำหน้าสุด ๆ นายโยเฮเนี่ย ~)
โดยนายโยเฮอยากจะให้ซูชิของเค้ากลายเป็นอาหารหน้าโรงหนังหรือให้เดินไปกินไปได้
(เดี๋ยวคนไทยจะเอาแมงกุดจี่มาเป็นอาหารหน้าโรงหนังมั้ง)
โดยเค้าจะจับปลาที่สดใหม่เสมอจากอ่าวโตเกียวแล้วก็เอาปลานั้นมาทำซูชิที่เค้าปรับปรุงขึ้นมา
จนซูชิของเค้าเป็นที่รู้จักในชื่อ Edomae nigirizushi (เอโดมาเอะ นิกิริซูชิ)
________________________________::
เห็นที่เราเรียกว่าซูชิ ๆ อย่างเดียวเนี่ย ความจริงแล้วซูชิมีหลายประเภท
คือจะบอกว่าเยอะมากกก เอายกมาเฉพาะใหญ่ๆ ละกัน
1.Nigirisushi

คือการใช้สองมือในการปั้นข้าว อาจจะผสมวาซาบิเล็กน้อย
แล้วก็มีอะไรแปะไว้ข้างบนเท่านี้ก็จะได้นิกิริซูชิแล้ว
โดยสิ่งที่ชอบแปะไว้ข้างบนส่วนมากจะเป็นพวกปลาแซลมอน
ทูน่าหรืออาหารทะเล หากหาเนื้อไม่ได้ก็สามารถใช้สาหร่ายแทนได้
จะเป็นปลาไหลก็ไม่ว่าหรือจะเป็นไข่หวานก็โอเค
โดยนิกิริซูชิจะเสริ์ฟเป็นคู่ ๆ และหนึ่งเซทนั้น ซูชิแต่ละอัน
จะมีเนื้อหรือเครื่องแต่งหน้าเพียงแค่หนึ่งชิ้นเท่านั้น
(ซูชิในชาบูเป็นนิกิริซูชินี่เอง แล้วทำไมต้องเป็นคู่ง่ะ ?? สงสัย)
แต่ถ้าซูชิมันกลายเป็นทรงกลมไม่ใช่วงรีมันจะเรียกว่า Temarisushi
เป็นการทำซูชิสำหรับคนหัดทำครั้งแรก
แต่ถ้ามันเป็นวงรี ทำด้วยสองมือแต่ดั๊นมีสาหร่ายห่อจะเรียกว่า Gunkanmaki
________________________________::
2. Makisushi or makimono

ซูชิม้วน --
โดยวิธีการหลักเปลี่ยนจากการปั้นสองมือมาเป็นการม้วนนั้นเอง
โดยใช้แผงไม้ไผ่โดยจะห่อข้าวด้วยสาหร่าย
บางครั้งอาจจะเปลี่ยนเป็นไข่เจียวบาง ๆ ก็ได้
แล้วก็ใส่ไส้เข้าไปข้างในอาจจะใส่แตงกวา ปลาไหลย่าง แล้วก็ม้วน ๆ
มันหลังจากนั้นก็ตัดเป็นชิ้น ๆ ให้ได้ 6-8 ชิ้น
ถ้าม้วนเป็นชิ้นใหญ่จะเรียกว่า Futomaki ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางจะเป็น 1.5 นิ้ว
ถ้าม้วนเป็นชิ้นเล็กจะเรียกว่า Hosomaki มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.75 นิ้ว
(เวลาทำต้องเอาไม้บรรทัดวัดมั้ยเนี่ย ??)
แต่ถ้าเจ้า Hosomaki นั้นใส่แต่แตงกว่า
จะเรียกว่า Kappamaki (กัปปะชอบกินแตงกวาไง)

Kappamaki ทำซะสวยเชียว ไม่กล้ากิน
หรือใส่เนื้อทูน่าดิบมันก็จะเปลี่ยนชื่อเป็น Tekkamaki
ซึ่ง Tekka แปลว่าเหล็กแดงร้อน
ซึ่งเป็นสีของเนื้อปลาทูน่าสด

Tekkamaki แดงแรงฤทธิ์ - -'
แล้วถ้าม้วน ๆ แล้วไส้ข้างในยาวเลยข้าวเค้าก็จะเรียกว่า Temaki
โดยส่วนมาก Temaki จะเอา 4 นิ้ว ปัจจุบันนี้อาจจะใช้สาหร่ายม้วนเป็นโคน
แล้วใส่ข้าวกับไส้ลงไปก็กลายเป็น Temaki เหมือนกัน
แต่ชอบความแปลกใหม่ เอาสาหร่ายห่อไส้อยู่ข้างใน
ข้าวอยู่ข้างนอก โรยด้วยงาจะเรียกว่า Uramaki

Uramaki
________________________________::
3. Oshisushi

เหมือนเอามาทำแซนด์วิชแล้วมีปลาโปะไว้ข้างบนเลยง่ะ - -'
โอชิซูชิ ซูชิกด -- เกิดจากแถบคันไซ และเป็นที่ชื่นชอบมากในโอซาก้า
มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมบล็อก ๆ โดยใช้แม่แบบไม้ ซึ่งเรียกว่า Oshibako
________________________________::
4.Inarisushi

เหมือนเอาข้าวผัดกับกระทงทองมาผสมกันเลยนิ
เป็นซูชิทที่ทำจากฟองเต้าหู้ทอด โดยยัดไส้ข้าวซูชิไว้ข้างใน
ชื่อของซูชินี้ได้มาจากเทพเจ้าจากนิกายชินโตที่ชื่อว่า Inari
ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพที่ค้นพบฟองเต้าหู้ทอด
โดยจะใส่ไส้ ใส่ข้าวไว้ในฟองเต้าหู้ทอดหรืออาจจะทำจากไข่เจียวบาง ๆ
________________________________::
5. Chirashisushi

ดูเหมือนอันนี้จะเป็นซูชิที่ทำง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องปั้นไม่กด
ไม่ต้องอัด แค่ตักข้าวซูชิใส่ชาม
แล้วก็เอาหน้าต่าง ๆ โปะไว้ข้างบนก็เป็นอันเสร็จ
ปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก เพราะมันเร็ว
แล้วเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลตุ๊กตาซึ่งจัดทุกเดือนมีนาคม
________________________________::
6. Naresushi

คล้ายกับทำปลาร้าบ้านเราเลยเนาะ แต่ของเรามีน้ำ
เป็นซูชิที่เกิดขึ้นแรก ๆ นับตั้งแต่มีการหมักซูชิมา
โดนหมักปลาที่ลอกหนังและหั่นแล้วกับเกลือในถังไม้
หลังจากนั้นก็วางหินที่เรียกว่า Tsukemonoishi ไว้ข้างบน
หมักไว้วันหนึ่งก็ตัดน้ำออกทำยังงี้ทุกวัน
หลังจากนั้นหกเดือนก็เอามาทำซูชิก็กินได้แล้ว
________________________________::
7.Western sushi
เป็นซูชิที่เรารู้จักกันดีนั้นเอง ถือเป็นซูชิที่ฮอตมากในอเมริกาเหนือ
โดยเครื่องที่กินกับข้าวซูชินั้นจะเป็นอาหารที่หาได้ในตะวันตกและหายากในประเทศญี่ปุ่น
ที่เรารู้จักกันดีก็คือ California Roll นั้นเอง
ซึ่งประกอบไปด้วย อะโวคาโด ปูอัดและแตงกวา
วิธีการทำคล้าย ๆ uramaki คือข้าวอยู่ข้างนอก
สาหร่ายอยู่ข้างใน
ตัวอย่างของ Western sushi

california roll - อะโวคาโด ปูอัด แตงกวา

Dynamite roll - ปลาหางเหลือ ถั่ว แครอท พริกและมายองเนสแบบเผ็ด

Rainbow roll - มันก็คือ california roll ที่โปะด้วยซาซิมิอีกที (สีสันน่ากินสุด ๆ )

Philadelphia roll - แซลมอน ครีมชีส แตงกวา หรือ หัวหอม
________________________________::
โห๊ะ !! จบแล้วำสำหรับซูชิวันนี้
ฮ่า ฮ่า
ค่อดจะมีหลากหลายชนิดมากมาย
แต่สุวจีไม่สนใจว่ามันจะเรียกอะไร
ขอแค่กินได้ อร่อยก็พอ ฮ่า ฮ่า
แต่ก็อยากรู้จิง ๆ นะทำไมต้องเซิร์ฟเป็นคู่
กันคนกินเยอะ ๆ แล้วหารไม่ลงตัวแน่เลย
เอิ๊ก ๆ
จะว่าไปพอถึงเวลากินก็ไม่สนแล้วว่ามันจะชื่อว่าอะไร
แต่ก็นะรู้ไว้ใช่ว่า
เผื่อได้ญี่ปุ่นจะได้เอาไปโม้กับเค้าได้
ว่าฉันก็รู้จักซูชิยูนะเว้ย ว่าแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไร
^______________^;;
________________________________::
ขอบคุณวิกิพีเดีย
ถึงกับนั่งแปลกันทีเดียว
ถ้าผิดตรงไหนก็ขอโทษด้วยน้า
ใข้ความรู้ภาษาอังกฤษแบบหางอึ่งในการแปล
และตัวช่วยจากลองดูดอทคอม ฮ่า ฮ่า
PS>> ผลสุดท้ายก็ไม่ได้กินซูชิอยู่ดี
กินผักบุ้งหมูสับราดข้าวเหมือนเคย
อะไรเล่าจะอร่อยเท่าอาหารไทย !!
ใช่มั้ย ??
edit @ 28 Aug 2009 21:41:10 by alzhymer

น่ากินทุกอย่างเลยค่า
เขียนดีมั่กๆ
หิวแล้ว ขอตัวไปกินข้าวมื้อดึกก่อน เน้อ
เมี้ยว
#1 By Cat_master on 2009-08-28 22:18